|
อัสชัฟเฟ่นบวร์ก Aschaffenburg เป็นเมืองที่เรียกได้ว่าอยู่ตอนบนสุดของบาเยิร์นเลยก็ว่าได้ ชื่อเมืองอาจจะดูยาวและเรียกยากสักหน่อย
ความที่อยู่ห่างจากเฮสเซ่นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง
บวกกับเพื่อนสนิทผมหลายคนมาจากย่านนี้ ผมก็เลยได้ไปนั่งดื่มเบียร์บาเยิร์นอยู่บ่อยๆ
... แหะๆ
• 001
•

Aschaffenburg เป็นเมืองขนาดเล็ก แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานไม่ต่ำกว่า 1000 ปี
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไมน์ เลยผูกพันกับเฮสเซ่นมากกว่าบาเยิร์น ...
ที่สำคัญผู้คนแถวนี้ดื่ม apple
wine มากกว่าเมืองที่ผมอยู่ซะอีก เพื่อนผมมันบอกว่า Aschaffenburg
มีกลิ่นอายของเฮสเซ่นมากกว่าบาเยิร์นซะอีก...
• 002
•

ภูมิประเทศรายรอบด้วยภูเขาสเป็สซาสท์ Spessart (ชื่อเรียกยากอีกแล้ว) ไฮไลท์ของเมืองนี้ ก็คือปราสาทหินสีแดงริมแม่น้ำไมน์ สไตล์เรเนซองค์ตอนปลาย ที่ชื่อว่า โยฮันนิสบวร์ก
Johannisburg ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำไมน์
พระเจ้าลุดวิกที่ 1 ให้ฉายา Aschaffenburg ว่าเป็น The Nice of Bavaria และเลือกเมืองนี้เป็นที่ประทับ
ในช่วงหน้าร้อนเป็นประจำ
ปราสาทโยฮันนิสบวร์กนี้มีลักษณะโึึครงสร้างเกือบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยที่แต่ละมุมมีลักษณะเป็นหอคอย และพื้นที่ตรงกลางเป็นที่โล่ง พอดีวันที่ไปเยือนเป็นช่วงหน้าร้อน แดดจัดมาก เลยได้ภาพชัดๆ มาฝากเยอะทีเดียว
พื้นที่โล่งกลางปราสาทวันนั้นมีดนตรีแสดงด้วย
• 003
•

เดินเลาะสวนสาธารณะและไร่องุ่น ไปยังอาคารที่เรียกว่า ปอมปิยานุม Pompejanum ซึ่งเป็นอาคารทรงแปลกๆตา (ไม่น่าจะเป็นศิลปของเยอรมัน) รายรอบไปด้วย สวนที่ตกแต่งสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและไร่องุ่นลาดไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำไมน์
• 004
•

ปราสาทโยฮันนิสบวร์กมองจากปอมปิยานุม ...
• 005
•

ผมเดินเลาะมาตามริมฝั่งแม่น้ำไมน์ เลียบย้อนมาทางปราสาทโยฮันนิสบวร์กอีกครั้ง ได้เจอครอบครัวชาวเยอรมัน ที่อาจจะทนอากาศร้อนอบอ้าวของวันนั้นไม่ไหว เลยเปลื้องผ้า (แต่ไม่ได้เปลือย) กระโจนลงเล่นน้ำในแม่น้ำไมน์เลยทีเดียว จนเพื่อนชาวเยอรมันที่อาสาเป็นไกด์ให้ ยังส่ายหัว พร้อมกับบอกว่า อันตรายพอสมควร อาจจะโดนเศษแก้ว หรือ เศษกิ่งไม้ใต้น้ำบาดเอาได้ นี่ขนาดน้ำใสๆนะ คนเยอรมันยังค่อนข้างจะถือตัวในการที่จะลงเล่น หากมาเจอเด็กๆ บ้านเราที่กระโดดคลอง หรือแม่น้ำ (ที่น่าจะอันตรายและสกปรกกว่ามาก) คงจะต้องตกใจในความบ้าบิ่นของเด็กไทยเป็นแน่ๆ
• 006
•

จากนั้นเดินผ่านเขตเมืองเก่า ไปยังสติฟท์พลัทส์ซ Stiftplatz
อันเป็นที่ตั้งของ Stiftkirche หรือโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 10 อันเก่าแก่คู่เมือง
Aschaffenburg ซึ่งเป็นศิลปผสมระหว่าง Romanesque + Gothic + Baroque
จากนั้นนั่งรถไปทางตะวันตกอีกประมาณ 5 กม. ผมก็ได้มาสัมผัสกับสวนเชินบุช Schönbusch เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ สำหรับชาวเมือง
Aschaffenburger ซึ่งเคยเป็นแหล่งพักผ่อน และล่าสัตว์ของกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นในอดีต ในปัจจุบันก็ชาวเมืองก็ยังรักษา้เส้นทางเดินม้าดังกล่าวไว้ (ทางสำหรับจักรยาน และคนเดินเท้า) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตัดตรงจากสวนเชินบุชมายังปราสาทโยฮันนิสบวร์ก สามารถมองเห็นซึ่งกันและกัน ได้ระหว่าง 2 ปราสาท เหมือนที่ดังแสดงในรูป
ด้วยความที่อากาศวันนั้นร้อนอบอ้าวมาก ราวกับยกเมืองไทยมาไว้่ที่นี่ คณะของเราก็เลยหามุม(จริงๆหาโต๊ะ) เพื่อนั่งดื่มเบียร์ดับกระหายคลายร้อนกันหน่อย ไหนๆก็มาเยือน
Aschaffenburg ก็เลยต้องลองดื่มเบียร์ Edler ดู เป็นเบียร์ท้องถิ่นจาก
Großostheim พอหายร้อนก็เริ่มเดินชมสวน จริงๆ ถ้าจะให้เหมาะควรมีจักรยาน เพราะสวนนี้กว้างมากๆ
เดินมาสักพักก็เห็นอีกหนึ่งปราสาทเชินบุช Schönbusch (แต่ึคงไม่ได้สร้างไว้ต้่อนรับนายจอร์จ บุชหรอกนะครับ แฮ่ๆ นอกเรื่อง) ได้เจอกลุ่มศิลปินสมัครเล่นชาวเยอรมัน กำลังขะมักขะเม้นวาดรูปเหมือนของปราสาทนี้อยู่ ผมก็เลยถือโอกาสถ่ายมาทั้งศิลปิน แล้วก็ได้ปราสาทเป็นแบคกราวด์ คลาสิคไปอีกแบบ
• 007
•

ในปาร์คเชินบุชนี้ มีสวนที่จัดเป็นเหมือน "เขาวงกต" ที่เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า
เอียการ์เท่น Irrgarten
เป็นเกมพักผ่อนยามว่างของกษัตริย์บาเยิร์นในอดีต ผมเองก็ขอเข้าไปเดินเล่นดูเพื่อพิสูจน์ดูว่าจะยากแค่ไหน ปรากฎว่าเดินหลงอยู่ในสวนนี้กว่า 30 นาที เดินจนท้อก็ยังหาเป้าหมายซึ่งเป็นต้นไม้่ใหญ่กลางสวนไม่เจอเสียที ขนาดว่าเพิ่งเดินผ่านมาแท้ๆ เวลาเดินออกจากสวนก็ใช้เวลาไม่ได้น้อยกว่ากันเลย จนอดรนทนไม่ไหวแล้ว ก็เลยขี้โกงนิดหน่อย เพราะระหว่างแถวของ Irrgarten จะมีแนวที่เด็กๆ ที่เดินหาทางออกไม่ได้มุดออกไปเป็น shortcut เป็นระยะ ผมก็เลยต้องเอาบ้่าง ไม่อย่างนั้นก็คงได้นอนใน Irrgarten เป็นแน่ ๆ
หลังจากเดินอยู่สักพักก็เลยมาสบทบกับเพื่อนชาวเยอรมันอีกกลุ่มนึง ที่บริเวณริมแม่น้ำไมน์ในตัวเมือง
จากนั้นก็ได้แต่กล่าวคำว่า Prost! Prost! Prost! อย่างเดียว (Prost คือคำที่คนเยอรมันพูดตอนชนแก้วครับ)
เลยได้รูปในงานมาอวดเพียงรูปเดียวครับ จบทัวร์ Aschaffenburg แบบมึนๆนิดๆครับ
|