Ski trip 2004 • Kleinwalsertal

 

 
.
 

...

..

.
.
. All about
Jack
. . .
.
. Personal
Gallery
. . .

.

. Forum & Guestbook
     
.
. Diary
Online
. . .
.
. Fact about
Germany
. . .
.
. Favourite
Links

.

.

.

 
Click for Frankfurt, Germany Forecast
Weather/Time
in Darmstadt

 


ทริปสกี Geotechnics 2004 - Kleinwalsertal/Austria ................    ทริปสกี Geotechnics 2004 - Kleinwalsertal/Austria ................   ทริปสกี Geotechnics 2004 - Kleinwalsertal/Austria ................   ทริปสกี Geotechnics 2004 - Kleinwalsertal/Austria ................   ทริปสกี Geotechnics 2004 - Kleinwalsertal/Austria ................

14
Austria :

ทริปสกี Geotechnics 2004 - Kleinwalsertal/Austria

เรื่องเล่าตอนนี้เขียนไว้นานแล้วเหมือนกัน เอามาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อออนไลน์ในบล๊อกส่วนตัวซะที  เลยถือโอกาสเอาเพลง Apres Ski ของเยอรมันแบบน่ารักๆ  มาให้ฟังครับ  จะได้นึกภาพออกว่าที่ Platform เขาเปิดเพลงแบบไหนให้นักสกีได้โยกตัวไปกับเสียงเพลง

หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤติที่ต้องผ่าตัดเข่าครั้งใหญ่ในชีวิต เป็นเป๋ห่าวอยู่หลายเดือน อิอิ งานพิเศษที่เคยทำร้านอาหารไทยก็ไม่ได้ทำอีกต่อไป เพราะขนเครื่องดื่มขึ้นลงห้องเก็บของไม่ไหว

รวดเร็วเหมือนโกหก เวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี เข้าสู่ปลายฤดูหนาวของปี 2004 ในเยอรมนีตอนบนเีริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิกันแล้ว มองไปทางไหนก็เจอต้นไม้่ ใบหญ้า ดอกไม้ เริ่มแตกยอดมาท้าลมแดด แต่ทางใต้ ยังเป็นช่วงที่หิมะยังคงตกอยู่ พวกเราล่องใต้ตามกำหนดการที่ได้วางไว้ก่อน ตั้งแ่ต่เมื่อฤดูหนาวที่แล้ว ผมก็เดินทางไปเช่าอุปกรณ์ที่ Ober-Ramstadt (ร้านกีฬาเล็กๆ แถว Darmstadt) เหมือนเดิม คราวนี้ทางร้านปรับตัวสกีให้เร็วขึ้นนิดหน่อย เพราะมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว  

ปีนี้ก็นักสกีเกือบจะก๊วนเดิืม มีเพียง Julia ที่ติดธุรกิจส่วนตัว เพราะท้องน้องคนแรกไปซิ่งสกีด้วยกันไม่ได้ แล้วก็อาจารย์ติดประชุมวิชาการที่มอสโก แต่ได้สมาชิกเพิ่มมาอีก 2 คนก็คือ Alexander กับ Katja ก่อนมาท่านอาจารย์กำชับนักกำชับหนาว่า แน่ใจแล้วเหรอที่จะไปสกีกะเขาอีกรอบ อย่าลืมทำประกันไว้ล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แซวได้แทงใจดำเสียเหลือเกิน  

 

พวกเราขับรถมาตามเส้นทางหลวงสายหลักผ่าน Stuttgart มุ่งสู่ Lindau เหมือนเดิม ก่อนข้ามสู่ชายแดนออสเตรียที่ Oberstdorf อากาศแถบนั้นยังเป็นฤดูหนาวอยู่ หิมะตกยังตกประปรายเป็นเม็ดเล็กๆเหมือนน้ำแข็งใ่สบ้านเราเลยจริงๆ

ถึงบ้านพักตากอากาศ Waldermar Petersen ของมหาวิทยาลัยผม Susanne ก็ออกมาทักทายพวกเราเหมือนเคย แต่่คราวนี้พวกเรารู้งานกันแล้วว่าต้องทำอะไรบ้่าง ก็เลยใช้เวลาแนะนำกันไม่นาน เก็บของเข้าที่พักเสร็จเรียบร้อย ผมได้นอนห้องเดี่ยวอีกตามเคย มีอ่างล้างหน้าให้ในห้อง แต่ห้องน้ำ ห้องส้วมใช้รวมกันภายในชั้นเดียวกัน

หลังจากนั้นก็แปลงร่างในชุดออกสกีมารอกันอยู่ที่ลานหน้าบ้านพัก เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low season สำหรับการสกี (ประมาณหลัง 15 มีนาคมไปแล้ว) คราวนี้เพื่อนผมบอกว่า ใช้บัตรนักศึกษาได้ส่วนลดด้วยนิดหน่อย เนื่องจากออสเตรียใช้ภาษาเยอรมันเหมือนกัน ก็เลยไม่ต้องควักบัตร ISIC ออกมา เพียงแค่ตั๋ว semester ticket เขาก็ยอมรับแล้ว ก็เลยได้ส่วนลดมา 20 ยูโรสำหรับค่าลิฟต์ 4 วัน

วันแรกนั้นนั่งกระเช้าจากสถานี Kanzelwand มุ่งสู่ Bergstation ตามเคย อากาศข้างบนยิ่งแย่กว่าข้างล่างอีก เพราะหิมะตกปรอยๆ ตลอดเวลา พวกเราแบ่งกันเป็นกลุ่มย่อยๆ เพราะผมอยากสกีเดี่ยวช้าๆ ไม่อยากเป็นภาระเพื่อนที่ต้องมาคอย เป็นช่วงหลังจากผ่าตัดด้วย ต้องระวังเป็นพิเศษ ช้าๆ ก็สนุกได้เหมือนกัน ไม่เครียดดีด้วย เพราะคนอื่นๆ เขามืออาชีพมาก เล่นกันเร็ว บางทีก็สกีไปบนลานสีดำซะด้วย ของผมน่ะต้องเริ่มจากสีฟ้าก่อน แล้วสลับแดงนิดหน่อย

หมายเหตุ : ลานสกีเขาจะมีแบ่งระดับความยากง่าย ความชันของลาน สีฟ้าจะกว้างและไม่ชัน เหมาะสำหรับมือใหม่ สีแดงชันขึ้นมานิดนึง แล้วก็อาจจะมีช่วงแคบๆ ชันๆ หลุมบ่อนิดหน่อย พอใ้ห้ขาได้ออกกำลังมากขึ้น ส่วนสีดำนั้น ปีนี้ยังไม่บังอาจเล่น เพราะชันชนิดหัวทิ่ม เ้พราะฉะนั้น ตอนไปสกีต้องอ่านแผนที่ประกอบ หรือไม่ก็ดูป้ายเอา สกีผิดเลนส์ผิดสี หมดสนุกได้ง่ายๆ

หลังจากนัดแนะเวลาอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อยก็เริ่มออกสกีกัน อากาศแย่มากๆ ระยะมองเห็นไม่เกิน 10 ม. ต้องระวังอย่าให้หลุดลานสกี เริ่มยังไม่ทันถึงครึ่งชม. Marc เพื่อนร่วมห้องทำงาน ก็ร่อน Snowboard หลุดเฟรมล้มไปกองกับพื้น เพราะพื้นหิมะยุบตัวไปค่อนแข้ง (บริเวณขอบๆลาน)

จากนั้นไม่นานผมก็โดนเข้าบ้าง ไม่เจ็บหรอกครับ แต่ว่าเสียเวลามาเคาะหิมะที่รองเท้า แล้วก็ล็อกกับสกีใหม่ วันแรกไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะหนาวมาก แถมเวลาสกีฝ่าเกล็ดหิมะที่กำลังตก แสบหน้าแสบตาไปหมด จบลงด้วยเบียร์ที่ Platform เหมือนเคย วันแรกอากาศไม่ดี แทบไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักกริ๊ก ลงมาแล้วก็เข้าไปยืนดื่มเบียร์ดับกระหายฟังเพลง Apres Ski เป็นที่สนุกสนาน ก่อนจะได้เวลากลับบ้านพัก ไปทานอาหารเย็นกัน รถเมล์กลับบ้านก็ไม่มีแล้วด้วย เลยต้องเรียกแท๊กซี่คันใหญ่ หารกันจ่ายตกคนละ 2 ยูํโรกว่าๆ เท่านั้น ถือว่าโอเคไม่แพงมาก

ถึงบ้านพักยังไม่มืดเท่าที่ควร ระเบียงชั้นสองหิมะเต็มไปหมด เลยไม่มีที่ว่างสำหรับนั่งละเลียดเบียร์ Hefeweizen อันเป็นเบียร์ท้องถิ่นของเยอรมันตอนใต้ ที่ภาคฯผมนิยมเบียร์นี้มากกว่าชนิดอื่นๆ ผมน่ะซดได้แค่ 3 อย่างมาก เพราะมันจะแน่นไปหมด อึดอัดบอกไม่ถูก .. ก็เจ้าไว๊เซ่นเบียร์นี่ แคลลอรี่น่าจะพอๆ กับกินข้าวเลยอ่ะ

วันแรกผมเหนื่อยมากกับการเดินทาง แล้วก็กลัวจะเป็นหวัดซะก่อน เลยขึ้นนอนก่อนใครหลังจาก ทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย แต่พวกนั้นนั่งคุยกันถึงตี 1 โน่นเลย เริ่มวันที่ 2 อากาศดีขึ้น ผู้คนก็เริ่มหนาตาขึ้่นเพราะเป็นวันเสาร์ แต่ปีนี้ดูจะคึกคักน้อยกว่าปีที่แล้ว ก็เริ่มเข้าปลายฤดูสกีแล้วนี่ึีครับ หม่ำอาหารเช้ากันเรียบร้อย ก็นัดพบกันลานหน้าบ้าน แล้วก็สกีไปข้างล่างเหมือนเคย ขาลงไปนี่มันส์ครับเพราะสกีมาจากตัวบ้านได้เลย แต่ขากลับนี่ลำบากเหลือเกิน ใครเคยใส่รองเท้าสกีเดินขึ้นเขา คงพอรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน

อากาศและทัศนียภาพข้างบนวันนี้สวยสุดยอด สวยเหมือนภาพวาด ปุยเมฆสีขาว แดดจัด กับฟ้าสีสดๆแบบนี้ หาดูได้ไม่ง่ายนักในยุโรป โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ ลานสกียังโล่งและเรียบมาก สกีแบบมีึความสุข เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะไปชนกับใคร

วันที่สองก็กลับไปเล่นโซน Kanzenwald เหมือนเดิม พอดีบางโซนมีการแข่งขันสกีด้วย เลยมีการกั้นบริืเวณนิดหน่อย ผมสกีเดี่ยวสบายใจดีเหลือเกิน มีเวลาพักถ่ายรูป หรือไม่ก็เติมเชื้อเพลิงด้วย Weizenbier ซักแก้วก่อนออกไปสกีต่อ กลางวันก็หาอาการกินตามสถานีลิฟต์ นั่งกินคนเดียวท่ามกลางพวกผมทอง ก็แปลกไปอีกแบบ มื้อเย็นวันนั้น หลังจากดื่มพอคลายกล้ามเนื้อที่ Platform พวกเราก็เข้าร้านอาหารแบบออสเตรียน แถวๆสถานีลิฟต์ ดูเมนูแล้วมีให้เลือกเยอะจนสั่งไม่ถูกเลย ราคาก็ไม่แพงมาก ดีที่ว่ายังไมุ่ถึง 2 ทุ่มดี ยังพอมีโต๊ะใหญ่ว่าง เพราะกรุ๊ปผมมีเกิน 10 คน แล้วก็ไม่ได้จองล่วงหน้าด้วย ถึงตอนนี้ดื่มเบียร์ไม่ไหวแล้ว เลยสั่งน้ำแิอปเปิ้ลผสมน้ำโซดา (Apfelsaftschorle) แก้วใหญ่มาเลย ถือเป็นเครื่องดื่ม softdrink ยอดนิยมของคนเยอรมัน แล้วก็ดูดีกว่า Cola ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่

อาหารวันนั้นอร่อยมาก ผมสั่งสเต็กหมู Schweinebraten ที่มีครีมแข็งๆผสมเครื่องเทศวางอยู่ด้านบน ที่น่าจะมีส่วนผสมของกระเทียมกับใบสมุนไพร (duftende Kraeuter ไม่แน่ใจว่าแปลเป็นไทยถูกหรือเปล่า ก็จะคล้ายใบโหระพา หรือกระเ้พราบ้านเราที่ใส่ให้เกิดกลิ่นหอมน่ากินนั่นแหละครับ)

วันนั้นทุกคนหน้าแดงกันไปตามๆกัน เพราะแดดแรงมาก ฝรั่งก็แดงอมชมพูน่าดูอยู่หรอกครับ แต่ผมนั้นผิวสองสีอยู่แล้ว ใช้ครีมกันแดดมันออกแดงๆดำๆไงไม่รู้ 555

วันต่อๆมา ชักเริ่มอยากจะเปลี่ยนสถานที่เล่นดูบ้าง เลยนั่งรถบัสไปที่ Hohe Ifen อันเป็นลานสกีอีกโซนหนึ่ง ริมชายแดนเยอรมันออสเตรีย จัดเป็นเทือกเขา Allgäuer Alpen ที่อยู่ทางตะวันตกของ Kleinwalsertal วันนั้นมีเพียงผม Katja, Marc, Gregor แล้วก็ Daniella เท่านั้น ส่วนพวกที่เหลือไปเล่นที่อื่นก่อน แล้วจะตามมาสบทบตอนบ่าย

ลานสกี Ifen จะยาวมาก ไม่ต้องหยุดพักบ่อยๆ แล้วก็ลิฟต์มีไม่กี่ตัวเลือก คนต่อคิวกันยาวเหยียดเลยแหละ แถบนี้มีแต่ลิฟต์นั่งแบบ 2 คน กินเวลาแต่ละครั้งเกือบ 15-20 นาที

เนื่องจากลิฟต์นั่งช่วงยาวมาก แล้วบางครั้งผมก็ ได้เพื่อนร่วมทางเป็นชาวเยอรมัน ผมก็ไม่รอช้า ทำทีเป็นนักท่องเที่ยว เริ่มจากคุยเรื่องดินฟ้าอากาศก่อน(มุขประจำของผม) มีอยู่คราวนึง นั่งมากับคุณลุงอายุน่าจะเกิน 60 แล้ว เพราะลูกชายน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม แกเล่าว่ามาจากแถว Bodensee ซึ่งก็ไม่ไกลเท่าไหร่ มาพร้อมกับครอบครัวของลูกชาย

แกเคยเป็นครูสอนเลขของโรงเรียนมัธยมแถวบ้านแต่เกษียณแล้ว พอผมแนะนำว่ามาจากเมืองไทย แกก็เลยเสริมว่าลูกชายแกเรียนสถาปัตย์ เคยไปเป็นนร.แลกเปลี่ยนที่เมืองไทยตั้ง 3 เดือน ตัวแกเองไม่เคยไปหรอก เพราะว่าเดินทางไกลสำหรับแกไปหน่อย ฟังดูลูกชายแกก็ประทับใจเมืองไทยมาก อยากจะไปอีก แต่ตอนนี้ได้งานเป็นผู้ช่วยโปรเฟสเซอร์ (หรือนร.ปริญญาเอก) ที่อินซ์บรูกส์(ในออสเตรีย)เสียก่อน นี่แหละครับ ไม่เสียเวลาระหว่างนั่งบนลิฟต์ก็ชวนคุยกันไปเรื่อยๆแก้เซ็ง ได้ฝึกภาษาไปด้วย

ภาพนี้ถ่ายจากสถานีสูงสุดของโซน Ifen แต่ก็ยังมีนักสโนว์บอร์ดใต่ขึ้นไปอีก(สูงทีเดียว) แล้วก็ถลาซิกแซกลงมาตามแนวหิมะ ที่เนียนราวกับผิวโลหะ ตอนเดินขึ้นคงเกือบครึ่งชม. แต่ตอนลงคงไม่เกิน 5 นาที อิอิ

ภาพจบเป็นพาโนรามาจากระเบียงบ้านพัก เป็นอันจบทัวร์สกีปี 2004 ครับ ในปีถัดไปผมก็ยังไป Kleinwalsertal อีกรอบนึง ถือเป็นทัวร์สกี 3 ปีซ้อนที่นั่น แต่คราวหลังนี่พาน้องๆ คนไทยไปเข้าโรงเรียนสกี เดี๋ยวเอารูปมาให้ชมตอนหน้าครับผม 

 

 

  Copyright@2006 allright reserved  
 

 


E-mail : s.pokpong@gmail.com
Last modified : 20
th August 2006